ช่วงที่ไปเที่ยวลาวเพื่อนที่ไปทำงานที่นั่นมักจะบ่นเรื่องสินค้าบริโภคทั้งหลาย เช่น น้ำตาล น้ำมัน ที่นำเข้าจากเมืองไทยนั้นแพงกว่าเมืองไทยหลายตังส์ เพราะเพื่อนรู้สึกว่าแม่ค้าพ่อค้าเหล่านั้นไม่ต้องจ่ายอะไรมากมาย ส่วนใหญ่จะใช้วิธีข้ามฝั่งมาซื้อตามดิสเคาท์สโตร์ ต้นทุนจึงน่าจะมีแค่ค่าเดินทาง ไม่น่าจะเพิ่มราคาสินค้าเหล่านั้นในระดับที่เขารับไม่ได้
จะว่าไปแล้วก็ไม่ต่างจากกรณีราคาสินค้าต่างๆตามหมู่บ้านในเมืองไทย ที่ต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่าคนในเมืองซึ่งมีห้างสินค้าราคาถูกขนาดใหญ่ เช่น น้ำมันในเมืองหลวงมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆทั้งจากนโยบายการลดภาษีของรัฐและภาวะตลาดโลก แต่ตามหมู่บ้านต่างๆยังใช้น้ำมันในราคาแพงเฉียด 40 บาทเท่าเดิม ส่วนหนึ่งเพราะต้นทุนค่าขนส่งไปยังต่างจังหวัดยังแพงอยู่ และจะยิ่งแพงเพิ่มขึ้นอีกเมื่อน้ำมันเหล่านี้เดินทางไปตามหมู่บ้านต่างๆ ด้วยต้องเสียค่าขนส่งเเพิ่มขึ้น แม้น้ำมันในตลาดโลกหรือในเมืองกรุงจะเิริ่มถูกลง แต่ชาวบ้านก็ยังต้องใช้น้ำมันในราคาที่แพงเช่นเดิม
ไม่ใช่แค่น้ำมันที่ชาวบ้านต้องแบกภาระเรื่องราคาที่สูงกว่าคนเมืองกรุง แต่ยังรวมถึงสินค้าชนิดอื่นๆด้วยไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล น้ำมัน สินค้าอุปโภคทั้งหลาย ซึ่งจะว่าไปแล้วชาวบ้านส่วนใหญ่มีรายได้ต่ำกว่าคนเมืองกรุงหลายเท่า แต่กลับต้องซื้อสินค้าชนิดเดียวกันในราคาที่แพงกว่าคนกรุง
นอกจากปัจจัยในเรื่องต้นทุนค่าขนส่งที่ทำให้ต้นทุนสินค้าสูงขึ้นตามไปด้วย ปัจจัยหนึ่งก็คือ ฐานลูกค้าในเมืองกรุงที่มากกว่า ทำให้ต้นทุนต่อหน่วยถูกกว่าตามหมู่บ้าน ซึ่งมีการบริโภคที่น้อยกว่าื แน่นอนว่ายิ่งอัตราการบริโภคสูงความเสี่ยงในการขาดทุนก็มีน้อย ต่างจากในหมู่บ้านซึ่งมีอัตราการบริโภคน้อย อัตราความเสี่ยงในการขาดทุนก็มีสูง จึงต้องตั้งราคาเพิ่มขึ้น
แต่จะว่าไปแล้ว เกิดมาเป็นคนจนก็ซวยหลายซ้อน นอกจากจะต้องซื้อของแพงกว่าคนรวยแล้ว โอกาสที่จะเข้าถึงเงินก็ยังน้อยกว่าคนรวย อย่างเช่น การได้ดอกเบี้ย ชาวบ้านร้านตลาดทั่วไปอย่างดีก็คงมีโอกาสแค่ฝากออมทรัพย์ หรือมีตังส์หน่อยก็อาจจะฝากประจำนิดหน่อย
ลองคิดอัตราเิงินฝากออมทรัพย์ดอกเบี้ย ณ ปัจจุบัน ถ้าเป็นชาวบ้านธรรมดามีเงินไม่เกินหลักหมื่น ได้ดอกเบี้ยร้อยละ 75 สตางค์ แต่หากเป็นนายทุนหรือมีเงินขึ้นมาหน่อย สัก 50 ล้านขึ้น ได้ดอกเบี้ย ร้อยละ 1.75 บาท ได้มากกว่า 1 บาทเห็นๆ ยิ่งมีเงินมากเท่าไหร่ โกอาสที่จะได้ค่าตอบแทนจากดอกเบี้ยก็ยิ่งมีสูงตามไปด้วย
เป็นคนจนไม่ใช่เรื่องง่ายๆนะ ต้องจ่ายต้นทุนชีวิตสูงกว่าคนรวยเสียอีก