น้องสองคนค่อนข้างจะโชคดี(บนความโชคร้าย)ที่รอแค่สองคืนก็ถูกส่งตัวกลับแล้ว คืนนั้นมีแรงงานลาว ถูกส่งตัวกลับประมาณ 90 กว่าคน ไปยังด่านช่องเม็ก จ.อุบล
พอถึงด่าน แทนที่แรงงานทั้ง 90 คนนั้นจะถูกส่งตัวให้ทางการกับฝั่งลาวทันที แต่กลับถูกตำรวจที่ด่านกักตัวไว้ต่อ ใครที่ไม่อยากถูกกักตัวก็ต้องจ่ายเงินเสีย บางคนถูกยึดทรัพย์สินที่มีทั้งหมด แล้วก็ปล่อยให้ข้ามฝั่งไป ถ้าใครไม่มีอะไรไถ่ตัวตอนนั้น ก็ต้องถูกขังต่อ ซึ่งก็ไม่รู้เมื่อไหร่ถึงจะถูกปล่อยตัว
น้องสองคนนั้นยอมจ่ายพันบาท เพื่อแลกกับอิสรภาพ พอได้เงินตำรวจก็ปล่อยทิ้งปล่อยขว้างแล้วแต่ใครจะไปไหน แรงงานบางคนจึงหลบอยู่แถวนั้นเพื่อหาช่องทางมาทำงานต่อ บางคนก็เลือกที่จะกลับบ้านที่ลาว
ก็ไม่รู้จะจับไปเพื่ออะไร ทำยังกะจับหมาจับแมวไปปล่อยวัด
แล้วไม่ว่าจะต้นทางหรือปลายทาง แรงงานต่างด้าวเหล่านี้ต่างขูดรีดทั้งนั้น เพื่อนที่ทำงานด้านแรงงานเล่าให้ฟังว่า แรงงานเหล่านี้เป็นแหล่งหาเงินชั้นดีให้กับตำรวจเลยล่ะ ไม่ว่าตำรวจจะเรียกเงินเท่าไหร่ ถ้าเขาพอจะมี เขาก็เลือกที่จะจ่ายมากกว่าโดนจับ แต่หากไม่มีจ่าย ตำรวจที่จับก็ได้ผลงานอีก ไม่ว่าจะมองมุมไหน ตำรวจก็ได้ประโยชน์ทุกทาง
โดยสถานะของแรงงานต่างด้าวเหล่านี้ ไม่สามารถเรียกร้องความเป็นธรรมจากที่ไหนได้เลย เพราะโดยสถานะของเขาเหล่านั้นไร้ตัวตนในสังคมอยู่แล้ว ไม่มีกฎหมายคุ้มครองสิทธิด้านไหนๆทั้งสิ้น
ถ้าจะเรียกร้องให้กฎหมายมาคุ้มครองคงไม่ได้ เพราะกลับเป็นแหล่งให้ผู้รักษากฎหมายแสวงหาประโยชน์ จะมีเพียงก็แต่ความเห็นใจในความเป็นมนุษย์ด้วยกันเท่านั้น ที่จะคุ้มกันเขาได้ ถ้าเพียงแต่ตำรวจเห็นใจเขาบ้าง อาจจะไม่ต้องถึงกับละเว้นหน้าที่ไม่จับ แต่อย่าให้มีการขูดรีด ซ้ำแล้วซ้ำอีกแบบนี้ หรือนายจ้างก็อย่าเอาเปรียบเขาเพียงเพราะคิดว่าเขาไม่มีสิทธิจะไปเรียกร้องขอความเป็นธรรมที่ไหน ลองนึกถึงตัวเอง ถ้าต้องจากบ้านไปอยู่ต่างเมือง ต่างสังคม ก็ทุกข์ใจอยู่แล้ว แล้วยังเจอการกดขี่สารพัดอีก ก็ไม่รู้จะเหลืออะไรให้ศรัทธาในชีวิตอีก